
อุดร เพชรสิงห์ เรามีนามสกุลเดียวกัน

Jay James You stood for justice and did things in the good way. Many are proud of what you did, including myself.

นที สรวารี ความจริง ความงาม ความดี สามความนี้ ต้องมีครบ แล้วสังคมจะสงบสุข

Puay Ungphakorn
ไฟล์ ธรรมะในด้านเศรษฐกิจ โดย อ. ป๋วย http://www.scribd.com/doc/18752881/puaym oralecon
Source: www.scribd.com
ธรรมะทางเศรษฐกิจ โดย อ. ป๋วย (จากหนังสือ เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย ผู้แต่ง : ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และ สุภาพ ยศสุนทร CC licenses ป๋วย puay moral economics ธรรมะทางเศรษฐกิจ

Puay Ungphakorn
ผู้จัดทำเสนอว่าหากสามารถมี fan รวมซักพันหนึ่ง อาจจะจัดงาน PuayCamp (คล้ายๆ barcamp - www.barcampbangkok.org) โดยอาจเชิญผู้รู้และผู้ใกล้ชิดอาจารย์ป๋วย มาเล่าถึงประวัติและแนวคิดของท่าน แลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วมงานแบบไม่เป็นทาง การ อาจจะจัดที่เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ก็ได้ครั บ ขอเชิญแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรื อไม่ หรือจะไม่ต้องรอพันคน จัดก่อนเลยดี ยังไงคนมางานก็คงหลักสิบ? (ผู้จัดทำ)
Source: www.barcampbangkok.org
SPU University asked us to a do a survey for them regarding the last barcamp. It will help to make the next event even better. Please take some time and fill out the questions. There are two forms, one in thai language and one in english. ...

Puay Ungphakorn
ขอขอบคุณ fan ทุกท่าน ตอนนี้สมาชิกหน้าป๋วยมีเยอะจนสามารถได้ address ตรงจาก facebook.com ได้แล้วครับ ท่านสามารถเข้าหรือชวนเพื่อนๆที่สนใจแนวคิ ดของอาจารย์ป๋วยให้เข้าได้ที่ http://www.facebook.com/drpuay โดยตรงเลยครับ!! (จากผู้จัดทำ)
ป๋วย อึ้งภากรณ์เกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2459 ที่บ้านตรอกโรงสูบน้ำ ตลาดน้อย เป็นบุตรของนางเซาะเซ็ง แซ่เตียวและนายซา แซ่อึ้ง ชื่อของ "ป๋วย" นั้น เตี่ยของป๋วยตั้งให้เป็น ชื่อตัว คำว่า "ป๋วย" แปลตรงตัวได้ว่า "พูนดินที่โคนต้นไม้" เพราะตัวประกอบในอักษรระบุไว้เช่นนั้น แต่มีความหมายกว้างออกไปอีกคือ "บำรุง" "หล่อเลี้ยง" "เพ...าะเลี้ยง"และ"เสริมกำลัง" ต่อมาในปี พ.ศ.2477 ป๋วยได้สมัครเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นนักศึกษารุ่นแรก ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีการบังคับให้เข้าชั้นเรียน ทางมหาวิทยาลัยได้จัดพิมพ์คำบรรยายออกจำหน่ายในราคาถูก วิชาละประมาณ 2 บาท เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่กำลังทำงานอยู่สามารถศึกษาเองได้ ป๋วยใช้เวลาในตอนค่ำและ วันหยุด ป๋วยใช้เวลาเรียนอยู่ 4 ปีก็สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางกฎหมายและการเมืองในปี พ.ศ.2480 หลังจากนั้น ป๋วยก็ลาออกจากโรงเรียนอัสสัมชัญ มาทำงานเป็นล่ามภาษาฝรั่งเศส ให้แก่อาจารย์ชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์และการเมือง ในเดือนเมษายน พ.ศ.2481 ป๋วยได้รับทุนรัฐบาลที่สอบชิงทุนได้ ไปเรียนระดับ ปริญญาตรี สาขาวิชา เศรษฐศาสตร์และการคลังที่ London School of Enconomic & Political Science มหาวิทยาลัยลอนดอน ป๋วยใช้เวลาสามปีก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ป๋วยเป็นนักเรียนดีเด่นและเป็น ศิษย์เอกของ ศาสตราจารย์เฟรเดอริก ฮาเย็ก(ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี พ.ศ.2517) ป๋วยเป็น คนไทยคนเดียว ในมหาวิทยาลัยนี้ที่สอบได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาเกียรตินิยม อันดับหนึ่งด้วยกันในปี พ.ศ.2485 ได้เกรดเอแปดวิชา และเกรดบีหนึ่งวิชา จากผลการเรียนอันดีเด่นของป๋วย ทำให้ได้รับทุนลีเวอร์ฮูล์ม สามารถ ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกได้ทันที แต่ในระหว่างนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ทำให้ป๋วยตัดสินใจ ทำงาน เพื่อชาติ วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 กองทัพญี่ปุ่นบุกประเทศไทย รัฐบาลไทยในสมัยนั้น มีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีประกาศสงครามเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น และ ต่อมาก็ประกาศสงครามกับประเทศอังกฤษและ สหรัฐอเมริกา รัฐบาลไทยเรียกตัวคนไทย ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาให้เดินทางกลับ แต่ป๋วย และคนไทยจำนวนหนึ่งไม่ยอมกลับประเทศ ได้ร่วมกันก่อตั้งคณะเสรีไทยขึ้นในประเทศอังกฤษเพื่อประกาศ ไม่ยอม อยู่ใต้อาณัติรัฐบาลไทยที่ยอมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น เสรีไทยจำนวน 36 คนสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพบก อังกฤษ เสรีไทยกลุ่มนี้มีฉายาว่า "ช้างเผือก"(White Elephants) ในช่วงแรกป๋วยได้รับยศเป็นร้อยเอกแห่งกองทัพบก อังกฤษ มีชื่อจัดตั้งว่า "นายเข้ม เย็นยิ่ง" นายเข้ม เย็นยิ่งต่อมาได้รับคำสั่งให้ลงเรือบรรทุกทหารจากลิเวอร์พูล เล่นเรืออ้อมทวีปแอฟริกามาขึ้นฝั่ง ที่ประเทศอินเดีย ได้มาฝึกหลักสูตรนักรบแบบกองโจรและการจารกรรมที่เมืองปูนา มีการฝึกการใช้อาวุธและวิธีการ ต่อสู้ต่างๆเป็นเวลาครึ่งปี ในเดือนกันยายน พ.ศ.2486 นายเข้มเป็นทหารฝ่ายสัมพันธมิตรชุดแรกที่ได้รับคำสั่งให้ เข้ามาติดต่อกับขบวนการเสรีไทยในประเทศไทย ที่มี "รูธ" หรือนายปรีดี พนมยงค์เป็นหัวหน้า เพื่อหาทางตั้งสถานี วิทยุติดต่อระหว่างกองทัพอังกฤษในอินเดียกับคณะเสรีไทย พฤศจิกายน พ.ศ.2486 ร้อยตรีเข้มได้เดินทางด้วยเรือดำน้ำของราชนาวีอังกฤษพร้อมสหายอีกสองคนจาก ลังกา โดยมีเป้าหมายจะขึ้นฝั่งที่ตะกั่วป่า จังหวัดพังงาเมื่อมาถึงที่หมายเรือดำน้ำจอดซุ่มรอนอกฝั่งหนึ่งสัปดาห์ แต่ไม่มีคนมารับจึงยกเลิกภาระกิจ จึงกลับสู่ศรีลังกา ต่อมาอีกหนึ่งสัปดาห์ร้อยตรีเข้มได้รับมอบภาระกิจอีกครั้ง ให้ลักลอบเข้าแผ่นดินไทย โดยการกระโดดร่มพร้อมอุปกรณ์เครื่องรับส่งวิทยุ จึงได้เดินทางไปฝึกซ้อมกระโดดร่ม ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2487 ที่แคว้นปัญจาบ พอวันที่ 6 มีนาคม ร.ต.เข้มและเสรีไทยอีกสองคนมาขึ้นเครื่อง บินบี 24 ที่กัลตัตตา ประเทศอินเดีย มุ่งมาสู่แผ่นดินไทย เป็นการกระโดดร่มแบบสุ่ม ไม่มีคนมารับที่ภาคพื้นดิน แต่สภาพอากาศไม่อำนวยเครื่องบินจึงเดินทางกลับไปกัลกัตตา อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาเสรีไทยทั้งสามคนก็ขึ้น เครื่องบินอีก เพื่อปฏิบัติภาระกิจเดิม โดยเข้ามาทางจังหวัดชัยนาท เสรีไทยทั้งสามคนกระโดดร่มลง แต่ร.ต.เข้มถูก เจ้าหน้าที่ไทยและชาวบ้านช่วยกันล้อมจับกุมตัวไว้ได้ ถูกตั้งข้อหาว่าทรยศต่อชาติและทำจารกรรม ถูกซ้อม และผลักเข้าสู่กอหนามโดยมีเจ้าหน้าที่เอาปืนจ่อข้างหลัง และถูกนำมาขังล่ามโซ่ไว้บนศาลาวัดวังน้ำขาว อำเภอ วัดสิงห์เป็นเวลาหลายวันจึงถูกส่งตัวมาลงเรือยนต์ล่องลำน้ำเจ้าพระยาเข้ามา ที่ตึกสันติบาลในกรุงเทพฯ ด้วยความช่วยเหลือของตำรวจที่เป็นเสรีไทย ร.ต.เข้มจึงมีโอกาสเข้าพบกับนายปรีดี พนมยงค์ ทำให้ฝ่าย เสรีไทยเริ่มเริ่มส่งวิทยุไปยังกองทัพอังกฤษที่อินเดียได้สำเร็จเป็นครั้ง แรก ทำให้หน่วยทหารจากอังกฤษและสหรัฐฯ สามารถเล็ดลอดเข้ามาปฏิบัติงานในแผ่นดินไทยได้สะดวกขึ้น ในการทิ้งระเบิดของอังกฤษนายป๋วยได้ประสานติดต่อ กับอังกฤษแจ้งพิกัดไม่ให้เครื่องบินมาทิ้งระเบิดรพระบรมมหาราชวัง ตลอดจนวังต่างๆ ทางอังกฤษก็ได้ตอบรับ ทำให้สถานที่สำคัญเหล่านี้สามารถอยู่รอดปลอดภัยมาจนทุกวันนี้ ปลายสงครามโลกครั้งที่สองนายปรีดีส่งนายป๋วยกลับไปอังกฤษอีกครั้ง หนึ่งเพื่อไปเจรจาให้รัฐบาลอังกฤษ ยอมรับว่าขบวนการเสรีไทยเป็นรัฐบาลอันชอบธรรมของไทย ทำนองเดียวกับที่สหรัฐได้รับรองมาก่อนแล้ว และ เจรจาให้อังกฤษยอมปล่อยเงินตราสำรองที่รัฐบาลไทยฝากไว้ที่ธนาคารกลางอังกฤษ เมื่อสงครามโลกยุติ นายป๋วยได้รับยศพันตรีแห่งกองทัพบกอังกฤษ ได้เป็นหนึ่งในผู้แทนไทยเดินทางไป เจรจาทางการทหารและการเมืองกับ ฝ่ายอังกฤษที่นครแคนดี ประเทศศรีลังกา ได้ร่วมกับเสรีไทยจากอเมริกาอารักขา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลและพระอนุชาที่กัลกัตตา จากนั้น นายป๋วยก็คืนยศทหารแก่กองทัพ อังกฤษ แล้วกลับไปแต่งงานกับมาร์กาเร็ต สมิทในปี พ.ศ.2489 และเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ปี พ.ศ.2491 ป๋วยได้เรียนสำเร็จปริญญาเอกโดยใช้เวลาสามปีทำวิทยานิพนธ์ "เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการ ควบคุมดีบุก" แต่เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศไทย นายปรีดี พนมยงค์ถูกทหารทำรัฐประหาร ทำให้ สถานการณ์ไม่ปลอดภัย ทางญาติของให้ป๋วยยังไม่ต้องรีบกลับมา ปี พ.ศ.2492 ดร.ป๋วยก็เดินทางกลับประเทศไทย บริษัทห้างร้านต่างๆจำนวนมากทั้งในและนอกประเทศ ต้องการตัวดร.ป๋วยไปทำงานโดยเสนอให้เงินเดือนสูงๆ แต่ในที่สุด ด.ร.ป๋วยก็เลือกที่จะรับราชการ เนื่องจากถือว่า ตนเองนอกจากจะเกิดเมืองไทย กินข้าวไทยแล้ว ยังได้รับทุนเล่าเรียนรัฐบาลไทย คือเงินของชาวนาชาวเมืองไทย ไปเมืองนอกแล้วผูกพันใจว่าจะรับราชการไทยด้วย ดร.ป๋วยเข้ารับราชการครั้งแรกในตำแหน่งเศรษฐกร กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้รับเงินเดือน ประมาณ 1,600 บาท สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังอยู่ในสภาพฟื้นตัว ต่อมาในปี พ.ศ.2495 ดร.ป๋วยได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยฝ่ายวิชาการของปลัดกระทรวงการคลัง และกรรมการธนาคารแห่ง ประเทศไทย จนถึงปี พ.ศ.2496 ดร.ป๋วยก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีส่วนทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ต่างประเทศซึ่งมีปัญหามากในสมัยนั้น กลับมีเสถียรภาพมากขึ้น นักธุรกิจ มั่นใจค่าของ เงินบาทเมื่อเทียบกับเงินตราต่างประเทศ ทำให้ราคาสินค้าลดลงและเงินสำรอง ระหว่างประเทศก็ขยาย ตัวเพิ่มมากขึ้น วันที่ 25 ธันวาคม ปี พ.ศ.2496 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดร.ป๋วยพ้นจากตำแหน่ง รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ ไทยไปรับราชการเป็นผู้เชียวชาญการคลัง กระทรวง การคลังเนื่องจากดร.ป๋วยปฏิเสธการที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต้องการซื้อสหธนาคาร กรุงเทพจำกัด แต่เนื่องจากธนาคารแห่งนั้นกระทำผิดระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย และกำลังถูกปรับเป็นเงินหลายล้านบาท จอมพลสฤษดิ์ขอให้ดร.ป๋วยยกเลิกการปรับ แต่ดร.ป๋วยปฏิเสธและยืนกราน ให้คณะรัฐมนตรีปรับธนาคารแห่งนั้น ในที่สุดคณะรัฐมนตรีก็ปฏิบัติตามข้อเสนอของดร.ป๋วย (อ่านต่อ http://puay.org/node/1 ) Read more
Other Public Figure:809 fans

Puay Ungphakorn
การมีสลากกินแบ่งซึ่งเป็นการรวมเงินจากประ ชาชน หรือจากคนกลุ่มใหญ่มามอบเป็นรางวัลให้แก่บ ุคคลเดียว หรือบุคคลกลุ่มน้อย จึงเป็นการปฏิบัติที่ผิดหลักธรรมะด้วย ... จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะต้องพิจารณาว่าค วรจะให้มีอยู่หรือเลิกไป (เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย)

Puay Ungphakorn
การที่มีบุคคลกลุ่มน้อยร่ำรวยขึ้นอย่างมาก เป็นการผิดหลักธรรมะ เพราะในขณะที่กลุ่มคนมั่งมีมากๆมีจำนวนคนน ้อย กลุ่มคนจนก็จะขยายจำนวนออกไป เกิดปัญหาในทางสังคม มีการแบ่งแยกขั้นของคนโดยไม่ควร ... ถือว่ากระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจของประเทศท ุกทาง (เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย)

Puay Ungphakorn
ราษฎรที่สมคบกับข้าราชการทำการเอาเปรียบส่ วนร่วม คือว่าทำผิดหลักธรรมะในทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ การให้สินบนข้าราชการ ทำให้จติใจของข้าราชการที่จะทำดีเสื่อมลง และในที่สุดความเดือดร้อนก็จะเกิดมีขึ้นทั ่วไป ... ฉะนั้น เราจึงเห็นได้ว่าการเอาเปรียบส่วนรวมจะโดย วิธีใดก็ตามถือเป็นผิดธรรมะในด้านเศรษฐกิจ (เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย)

Puay Ungphakorn
นโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งช่วยเหลือหมู่ชนกลุ่ มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะนั้น หากทำให้คนกลุ่มใหญ่เดือดร้อนแล้ว ถือว่าผิดหลักธรรมะในด้านเศรษฐกิจ เพราะ...ไม่ได้ให้ความยุติธรรมต่อสังคม (เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย)

Puay Ungphakorn
ข้าราชการแม้ว่าจะไม่ทุจริต แต่ไม่ทำงานให้รวดเร็ว... ก็ขัดขวางความเจริญในทางเศรษฐกิจ... และโดยเฉพาะส่วนราชการที่จำเป็นต้องติดต่อ กับประชาชนโดยตรง นอกจากงานของรัฐจะไม่ก้าวหน้าแล้ว ยังไม่เปิดโอกาสให้ราษฎรได้ทำงานของตนเองไ ด้ทันเวลาด้วย (เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย)

Puay Ungphakorn
ธรรมะเป็นคำคู่กับศีล ศีลหมายถึงการระงับไม่เบียดเบียนทั้งตนเอง และผู้อื่น ส่วนความหมายของคำว่า "ธรรมะ" คือการช่วยส่งเสริมให้สถานะดีขึ้น เพื่อความเจริญของเอกชน มหาชน และส่วนประกอบที่สำคัญแห่งธรรมะก็คือ ความยุติธรรม (เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย)

George Bush แด่เสรีภาพ

Puay Ungphakorn
เสรีภาพเป็นเนื้อดิน อากาศ และปุ๋ย ที่จะทำให้พฤกษชาติแห่งความคิดเจริญเติบให ญ่ขึ้นได้ และ
RECENT ACTIVITY

Puay Ungphakorn discussed จัดงาน Puay Talk กันดีไหม? on the Puay Ungphakorn discussion board.










